Sunday, May 5, 2013

ลักษณะของสิทธิบัตรการประดิษฐ์

สิทธิบัตรการประดิษฐ์ ต้องมีลักษณะสำัุคัญ กล่าวคือ.-

โดยต้องเป็นเป็นสิ่้งใหม่, มีขั้นประดิษฐ์สูงขึ้น และประยุกต์นได้ในทางอุตสาหกรรม

ทั้งนี้โดยไม่ต้องคำนึงว่า ผู้ที่จะขอรับสิทธิบัตร ให้มีการคุ้มครองนั้น จะรู้หรือไม่รู้ว่า เป็นสิ่งใหม่หรือไม่

เช่น ม่านบังตาประตูเหล็ก ซึ่งต่างประเทศมีใช้มานานแล้ว ผู้ขอรับสิทธิบัตร ไม่รู้ว่ามีมาก่อน
ดังนี้ จะขอรับสิทธิบัตรไม่ได้ เพราะไม่เป็นของใหม่ นั่นเอง แม้ตนจะไม่รู้ว่ามีมาก่อนก็ตาม

(ฎีกาที่  872/2538)


Home Remedies For Wrinkles

Monday, February 4, 2013

อำนาจการจับกุม



ตามหลักกฎหมายแล้ว การจับกุม
ต้องมีคำสั่งหรือหมายศาลเท่านั้น แต่ก็มีข้อยกเว้น
หรือเงื่อนไขที่ให้อำนาจพนักงานฝ่ายปกครองหรือตำรวจ
ทำการจับกุมได้ เช่น การกระทำผิดซึ่งหน้า เป็นต้น

ผู้มีอำนาจทำการจับกุม เป็นผู้เริ่มต้นขบวนการยุติธรรม
เพื่อคุ้มครองสิทธิเสรีภาพประชาชน จึงน่าจะให้มีการพัฒนาการ
ความสามารถ เพิ่มประสิทธิภาพในการจับกุมผู้กระทำผิด
การเฝ้าตาม การจัดระเบียบข้อมูลบุคคล เป็นต้น Home Remedies For Wrinkles

Wednesday, January 23, 2013

พยานหลักฐาน ในการกำหนดโทษที่จะลง


พยานหลักฐาน ในการกำหนดโทษที่จะลง


การที่ศาลจะลงโทษผู้ใด หลังจากที่เชื่อแน่แท้แล้วว่าจำเลยเป็นผู้กระทำความผิดจริง
ไม่ต้องมีการนำพยานหลักฐานเข้าสืบ ตามกระบวนการนำสืบพยานหลักฐาน
เช่น การนำสำนวนสอบสวน, สำนวนอัยการ, สำนวนเจ้าพนักงานคุมประพฤติ
มาประกอบดุลพินิจในการลงโทษจำเลย นั้น เห็นว่า เป็นการไม่ให้โอกาสจำเลยได้
ต่อสู้คัดค้าน โต้แย้ง ข้อเท็จจริงในสำนวนดังกล่าว ซึ่งหากเป็นผลร้ายกับจำเลย ก็จะ
ทำให้ศาลใช้ดุลพินิจลงโทษหนักกว่าที่ควรจะเป็น หากข้อเท็จจริงนั้น บิดเบือน
ย่อมขัดหลักเพื่อความยุติธรรมแก่จำเลย ทั้งไม่ใช่พยานหลักฐานที่เปิดเผย
และสืบต่อหน้าจำเลย จึงควรไม่นำมารับฟังประกอบดุลพินิจ ในการกำหนดโทษ
จำเลย



Home Remedies For Wrinkles

Wednesday, January 16, 2013

การสอบถามคำให้การจำเลยโดยศาล

การพิจารณาคดีในศาล เมื่อจำเลยมาอยู่ต่อหน้าศาล กฎหมายให้ศาลถามจำเลยว่า จำเลยได้กระทำผิดตามฟ้องหรือไม่ และจะให้การว่าอย่างไร เป็นหนึ่งระบบไต่สวนจำเลย ซึ่งทางปฏิบัติ เมื่อจำเลยมีทนายความแล้ว จำเลยก็จะแต่งทนายความเข้ามา และได้ปรึกษาทนายจำเลยเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ว่าจะให้การปฏิเสธหรือรับสารภาพอย่างไร 

การที่กฎหมาย วิธีพิจารณาความอาญา กำหนดให้ศาลถามจำเลยอีก นับว่าเป็นการนำระบบไต่สวน โดยศาล มาใช้ เพื่อให้ศาลถามจำเลยโดยตรง ทั้งที่จำเลยมีทนายความหรือหากไม่มี ก็ขอศาลแต่งตั้งทนายความให้ได้ ดังนี้ อาจทำให้จำเลยไขว้เขว กับหน้าที่ของทนายความหรือไม่ 

เห็นว่า การที่กฎหมายกำหนดให้ศาลถามจำเลย ว่ากระทำผิดหรือไม่ และจะให้การว่าอย่างไร แล้วให้ศาลบันทึกไว้นั้น เป็นการซ้ำซ้อน กับคำให้การ ที่ทนายจำเลย จะได้ยื่นอีกโสดหนึ่งหนึ่ง ทำให้กระบวนการพิจารณาล่าช้า และอาจสะดุด หากจำเลยให้การต่อศาล อีกอย่าง แต่ปรึกษากับทนายความมาอีกอย่าง เป็นต้น 

เห็นว่า น่าจะให้การมีพบ ปรึกษา ระหว่าง โจทก์/อัยการ กับทนายจำเลย และศาล เพื่อหาแนวทางคดี ให้เสร็จไปโดยเร็ว โดยอาจนำเรื่อง การเจรจาโทษที่จะลง หากมีการรับสารภาพ หรือเจรจาเรื่องอื่นๆที่จะทำให้กระบวนพิจารณาไปเป็นด้วยความรวดเร็ว และเป็นธรรม 

Home Remedies For Wrinkles

Friday, December 28, 2012

พระราชบัญญัติ ควบคุมและจัดการกิจการหรือทรัพย์สินของคนต่างด้าว บางจำพวกในภาวะคับขัน พุทธศักราช 2484(ตอน3)

(ต่อ)(ตอนสาม)


ความเป็นมาของหลักการควบคุม และจัดการ
กิจการหรือทรัพย์สินของคนต่างด้าว และการก่อการร้ายในประเทศไทย

1.   ความหมายของคนต่างด้าว

คนต่างด้าวตามความหมายของพจนานุกรมไทย ได้แยกการให้คำจำกัดไว้ โดยให้ความหมายของคำว่า คน ซึ่งเป็นคำนาม หมายความว่า มนุษย์[1] และคำว่า ต่างด้าว ซึ่งเป็นคำวิเศษณ์ หมายความว่า ชาวต่างประเทศที่มีถิ่นฐานอยู่อีกประเทศหนึ่ง[2]  หรือกล่าวอีกนัยหนึ่ง คนต่างด้าว ก็คือ คนต่างประเทศไม่มีถิ่นฐานอยู่ในประเทศไทย ตามความหมายของพจนานุกรมดังกล่าว
อย่างไรก็ตาม ความหมายดังกล่าวข้างต้น ก็ยังไม่ได้ให้ความกระจ่างชัด ในคำจำกัดความทางด้านกฎหมายแต่อย่างใด หรืออาจกล่าวได้ว่า เป็นเพียงความหมายที่ใช้พูด เจรจา ทั่วๆไปในสังคมเท่านั้น ดังนั้น คนต่างด้าว ในความหมายทางนิติศาสตร์* จึงต้องไปดูที่กฎหมายที่เกี่ยวข้องกับคนต่างด้าว (ซึ่งรายละเอียด ผู้เขียนได้รวบรวมไว้ในบทที่ 3) กล่าวคือ.-
ความหมายของ คนต่างด้าว ตามพระราชบัญญัติการทะเบียนคนต่างด้าว พ.ศ.2493 ได้ให้นิยาม คำว่า คนต่างด้าว หมายความว่า คนซึ่งไม่มีสัญชาติไทยตามกฎหมายว่าด้วยสัญชาติ[1] ตามกฎหมายฉบับนี้ ก็ให้ความหมายถึงคนต่างด้าวเฉพาะคนหรือบุคคลธรรมดาเท่านั้น ทั้งยังได้อ้างถึงกฎหมายว่าด้วยสัญชาติ จึงต้องไปดูว่า ตามกฎหมายว่าด้วยสัญชาตินั้นได้ให้ความหมายของคนซึ่งไม่มีสัญชาติไทย ว่าอย่างไรหรืออีกนัยหนึ่งได้ให้ความหมายของคนต่างด้าวไว้ว่าอย่างไร
ความหมายของ คนต่างด้าว ตามพระราชบัญญัติสัญชาติ พ.ศ.2508 ได้ให้นิยามคำว่า คนต่างด้าว หมายความว่า ผู้ซึ่งมิได้มีสัญชาติไทย[2] และบทบัญญัติต่างๆในมาตรานี้ ก็เกี่ยวข้องกับการได้สัญชาติไทย การเสียสัญชาติไทย การแปลงสัญชาติไทย การถอนสัญชาติไทย เป็นต้น ไม่ได้มีบทบัญญัติที่เกี่ยวข้องกับความเป็นนิติบุคคลของคนต่างด้าว แต่อย่างใด กล่าวคือ ให้ความหมายแต่เพียง บุคคลธรรมดาเท่านั้น ไม่ได้รวมไปถึงนิติบุคคล, องค์การต่างๆ หรือแม้กระทั่งคณะบุคคล
ความหมายของ คนต่างด้าว ตามพระราชบัญญัติคนเข้าเมือง พ.ศ.2522 ได้ให้นิยามคำว่า คนต่างด้าว หมายความว่า บุคคลธรรมดาซึ่งไม่มีสัญชาติไทย[3]
ความหมายของ คนต่างด้าว ตามพระราชบัญญัติการทำงานของคนต่างด้าว พ.ศ.2521 ได้ให้คำนิยามไว้ว่า คนต่างด้าว หมายความว่า บุคคลธรรมดาซึ่งไม่มีสัญชาติไทย [4] ซึ่งก็ไม่รวมถึงนิติบุคคล หรือองค์การต่างๆ ที่ไม่มีสัญชาติไว้ด้วย
ความหมายของ คนต่างด้าว ตามพระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ.2542 ก็ได้ให้คำจำกัดความ ความหมายของคำว่า คนต่างด้าว ไว้หมายความถึง
1)   บุคคลธรรมดาซึ่งไม่มีสัญชาติไทย
2) นิติบุคคลซึ่งไม่ได้จดทะเบียนในประเทศไทย
3)   นิติบุคคลซึ่งจดทะเบียนในประเทศไทย และมีลักษณะดังต่อไปนี้(ก) นิติบุคคลซึ่งมีหุ้นอันเป็นทุนตั้งแต่กึ่งหนึ่งของนิติบุคคลนั้นถือโดยบุคคลตาม (1) หรือ (2) หรือนิติบุคคลซึ่งมีบุคคลตาม (1) หรือ (2) ลงทุนมีมูลค่าตั้งแต่กึ่งหนึ่งของทุนทั้งหมดในนิติบุคคลนั้น
      (ข)    ห้างหุ้นส่วนจำกัดหรือห้างหุ้นส่วนสามัญที่จดทะเบียน ซึ่งหุ้นส่วนผู้จัดการหรือผู้จัดการเป็นบุคคลตาม (1)
4)   นิติบุคคลซึ่งจดทะเบียนในประเทศไทย ซึ่งมีหุ้นอันเป็นทุนตั้งแต่กึ่งหนึ่งของนิติบุคคลนั้นถือโดยบุคคลตาม (1)(2) หรือ (3) หรือนิติบุคคลซึ่งมีบุคคลตาม (1)(2) หรือ (3) ลงทุนมีมูลค่าตั้งแต่กึ่งหนึ่งของทุนทั้งหมดในนิติบุคคลนั้น[1]
      ความหมายของ คนต่างด้าว ตามพระราชบัญญัติการเนรเทศ พ.ศ.2499  ก็ได้ให้คำจำกัดความ ความหมายของคำว่า คนต่างด้าว ไว้หมายความว่า ผู้ที่มิได้มีสัญชาติไทย[2]
      ความหมายของ คนต่างด้าว ตามพระราชบัญญัติควบคุมและจัดการ กิจการหรือทรัพย์สินคนต่างด้าว บางจำพวก ในภาวะคับขัน พ.ศ.2484 ที่ผู้เขียนได้ให้ความสนใจในการศึกษาเป็นกฎหมายหลักของการศึกษาอิสระฉบับนี้ ถึงแม้จะไม่ได้บัญญัติคำนิยามคำว่า คนต่างด้าว ไว้เฉพาะก็ตาม แต่ในบทบัญญัติของกฎหมายดังกล่าวก็ได้ให้คำขยายความของคำว่า คนต่างด้าว ไว้ว่า คนต่างด้าวนั้น นอกจากบุคคลธรรมดา ให้หมายความรวม ตลอดถึง มูลนิธิ บริษัทจำกัด ห้างหุ้นส่วนจำกัด ห้างหุ้นส่วนสามัญที่จดทะเบียนและมิได้จดทะเบียน และองค์การรูปอื่นใด แม้จะมิได้เป็นนิติบุคคล หรือเป็นนิติบุคคลจดทะเบียนในประเทศไทย  แต่ได้กระทำการ เพื่อประโยชน์แก่คนต่างด้าวนั้น[3]



[1] พระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ.2542, มาตรา 4.
[2] พระราชบัญญัติการเนรเทศ พ.ศ.2499, มาตรา 4.
[3] พระราชบัญญัติควบคุมและจัดการ กิจการหรือทรัพย์สินคนต่างด้าว บางจำพวก ในภาวะคับขัน พ.ศ.2484, มาตรา 6 วรรคสอง.



[1] พระราชบัญญัติการทะเบียนคนต่างด้าว พ.ศ.2493, มาตรา 4.
[2] พระราชบัญญัติสัญชาติ พ.ศ.2508, มาตรา 4.
[3] พระราชบัญญัติคนเข้าเมือง พ.ศ.2522, มาตรา 4.
[4] พระราชบัญญัติการทำงานของคนต่างด้าว พ.ศ.2521, มาตรา 5.



[1]สุวิทย์ หิรัณยกาณท์, พจนานุกรมไทย, 2547, ภายใต้คำ คน.
[2]เรื่องเดียวกัน, ภายใต้คำ ต่างด้าว.
*เป็นที่สังเกต ว่ารัฐธรรมนูญไทย 2540 ฉบับปัจจุบัน ซึ่งเป็นกฎหมายสูงสุด เป็นกฎหมายแม่บท ไม่ได้ให้คำจำกัดความของคนต่างด้าวไว้แต่อย่างใด. 
Home Remedies For Wrinkles

Sunday, December 9, 2012

พระราชบัญญัติ ควบคุมและจัดการกิจการหรือทรัพย์สินของคนต่างด้าว บางจำพวกในภาวะคับขัน พุทธศักราช 2484


(ต่อ) 

ในขณะเดียวกัน ความมั่นคงของประเทศ ก็เป็นหน้าที่ ที่สำคัญที่สุดในการบริหารประเทศ ของรัฐบาล การดำเนินการ การใช้อำนาจของรัฐ เพื่อรักษาความมั่นคง ประโยชน์ของส่วนรวม ย่อมต้องกระทบกระเทือนต่อสิทธิ เสรีภาพของปัจเจกชน ไม่มากก็น้อย ทั้งนี้ ก็เพื่อที่จะรักษาประโยชน์ของส่วนรวมไว้
นโยบายเพื่อการลงทุน และความมั่นคงของประเทศ รัฐบาลจึงต้องการอำนาจในการบริหาร หรือดำเนินการ ให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ดังกล่าว และอำนาจดังกล่าว ก็ได้มาด้วยกฎหมาย จากฝ่ายนิติบัญญัติ และหากมีกฎหมายดังกล่าว มีปัญหาการบังคับใช้ ฝ่ายตุลาการก็จะเป็นผู้นำกฎหมายนั้นๆ มาตีความ ตามหลักการแบ่งแยกอำนาจ หลักการใช้อำนาจของรัฐ และหลักนิติรัฐ ภายใต้รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ.2540 อันถือว่าเป็นกฎหมายสูงสุดของประเทศ ตามหลักรัฐธรรมนูญนิยม 
พระราชบัญญัติควบคุมและจัดการ กิจการหรือทรัพย์สิน ของคนต่างด้าว บางจำพวก ในภาวะคับขัน พ.ศ.2484 เป็นกฎหมายที่เกี่ยวกับความมั่นคงของของรัฐ และเป็นกฎหมายที่ให้อำนาจรัฐในการดำเนินการ จัดการ เพื่อบรรลุวัตถุประสงค์ตามกฎหมาย โดยได้บัญญัติมาใช้ภาวะคับขันยามสงคราม ซึ่งอาจจะไม่ทันสมัยกับสภาพของสังคม และเหตุการณ์ของประเทศไทยในปัจจุบัน ที่ภาวะคับขันในด้านสงครามเป็นรูปแบบการก่อการร้าย  ยังไม่มีความชัดเจน ในการนำมาบังคับใช้กับสถานการณ์ ดังกล่าวได้อย่างประสิทธิภาพ ให้สามารถรักษาความสงบสุข ใช้แก้ไขในภาวะคับขันเช่นนั้นได้ เนื่องจากต้องตีความคำจำกัดความ, มีข้อสงสัยอยู่ว่ากฎหมายนี้ขัดต่อกฎหมายอื่น โดยเฉพาะกับรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ.2540 หรือไม่  หากเกิดปัญหาดังกล่าว จะสามารถแก้ไขเหล่านั้นได้อย่างไร
และถ้าหากมีการแก้ไขกฎหมายให้ผู้มีอำนาจควบคุมจัดการ กิจการหรือทรัพย์สินของคนต่างด้าว บางจำพวก ในภาวะคับขัน ให้ชัดเจน ในสถานการณ์ หรือเงื่อนไขที่ชัดเจนแล้ว  ผู้ที่เกี่ยวข้อง ซึ่งได้แก่ คนสัญชาติไทย, คนต่างด้าว และเจ้าหน้าที่ของรัฐ มีความเข้าใจตรงกัน สามารถแก้ไขปัญหาเรื่องความมั่นคง บรรลุตามวัตถุประสงค์ของกฎหมายได้อย่างมีประสิทธิภาพในที่สุด นำความเจริญ และความผาสุกมาสู่สังคมส่วนรวมของประเทศชาติได้ นอกจากนี้ คนต่างด้าวที่นำเงินมาลงทุนในประเทศไทย ก็จะมีความมั่นใจในการลงทุนเปิดกิจการ หรือมีทรัพย์สินในประเทศไทย ตามเป้าหมายนโยบายของรัฐบาลที่ให้การส่งเสริมการลงทุนกับชาวต่างชาติ ในขณะที่ต้องรักษาความมั่นคง ความสงบสุขของสังคมไว้ในเพลาเดียวกัน การแก้ไขกฎหมายจึงต้องประสานประโยชน์ทั้งสองนี้ให้มีความเสียหายแก่ประเทศน้อยที่สุด
ผู้เขียนจึงได้สนใจเรื่องของปัญหาทางกฎหมายจากการบังคับใช้ พระราชบัญญัติควบคุมและจัดการ กิจการหรือทรัพย์สินของคนต่างด้าว พ.ศ.2484 ฉบับนี้ เพื่อเป็นแนวทางแก้ไขบทบัญญัติให้เหมาะสมกับสภาพการณ์ และตามนโยบายของรัฐบาลปัจจุบัน และสามารถนำมาปรับใช้บังคับกับสภาวการณ์ปัญหาปัจจุบัน โดยเฉพาะสงครามการก่อการร้ายในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ของประเทศ  ทั้งนี้ ก็เพื่อประโยชน์ของประเทศชาติเป็นสำคัญยิ่ง.
Home Remedies For Wrinkles

Saturday, December 8, 2012

พระราชบัญญัติควบคุมและจัดการ กิจการหรือทรัพย์สินของคนต่างด้าว พ.ศ.2484

โดย ....
บันจงสัณห์ วิญญรัตน์,
น.บ., น.ม.., M.B.A.
ิcmlawfirm@hotmail.com

1.  ความเป็นมา และสภาพปัญหา

ประเทศไทยถือเป็นรัฐอิสระรัฐหนึ่ง มีการปกครองโดยระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข มีอำนาจอธิปไตยเป็นของปวงชนชาวไทย เหนือดินแดนของตนเอง  โดยมีพระมหากษัตริย์ผู้ทรงเป็นพระประมุข ทรงใช้อำนาจนั้น ทางรัฐสภา คณะรัฐมนตรี และศาล
ประเทศไทย จึงเป็นรัฐที่มีอิสระในการบัญญัติกฎหมายมาบังคับใช้ ไม่ว่าจะเป็นกฎหมายที่ให้สิทธิ ให้ความคุ้มครอง หรือกฎหมายที่ใช้ในการควบคุมลิดรอนสิทธิ เสรีภาพบางประการของเอกชน คนต่างด้าว ไม่ว่าจะเป็นกฎหมายที่ใช้บังคับระหว่างเอกชนกับเอกชนด้วยกัน หรือกฎหมายที่ใช้บังคับระหว่างรัฐกับเอกชน หรือกฎหมายที่ให้อำนาจรัฐในการปกป้องผลประโยชน์ของประเทศชาติ เพื่อความมั่นคง หรือกฎหมายที่ให้การส่งเสริมสนับสนุนการลงทุน เพื่อให้ชาวต่างชาติ คนต่างด้าว นำเงินเข้ามาลงทุนในประเทศ เพื่อผลทางเศรษฐกิจ ในขณะเดียวกัน รัฐก็ต้องรักษาความสงบ เรียบร้อย ทางด้านความมั่นคงของชาติ
และหากคนต่างด้าว เข้ามาอาศัยอยู่ในประเทศไทยแล้ว คนต่างด้าวเหล่านั้น จะต้องเคารพ และปฏิบัติตามกฎหมายของประเทศไทย และประเทศไทยในฐานะรัฐเจ้าของดินแดน ก็มีหน้าที่ต้องให้ความคุ้มครองแก่คนต่างด้าว ตามหลักสิทธิมนุษยชน  หากจะบัญญัติกฎหมายใดๆออกมาใช้บังคับ ต้องคำนึงถึงสิทธิเหล่านี้ และการบัญญัติกฎหมาย ต้องมีความชัดเจน แน่นอน เข้าใจ สามารถปฏิบัติตามได้ หากมีการบังคับใช้ มิฉะนั้น ก็จะเกิดปัญหาทางกฎหมาย ต่างๆ มากมาย เช่นปัญหาการตีความ, ปัญหาการปฏิบัติตามของผู้ปฏิบัติหรือผู้มีอำนาจหน้าที่ตามกฎหมายนั้นๆ, ปัญหาการจัดการ, ปัญหาการบริหารองค์กร การจัดตั้งองค์กร, ปัญหาการออกกฎหมายลูกมารองรับ เป็นต้น ทำให้การบังคับใช้กฎหมายดังกล่าว ไม่มีประสิทธิภาพหรือบังคับใช้ไม่ได้ ไม่สมประสงค์ของการบัญญัติกฎหมายนั้นๆ ขึ้นมาบังคับใช้  ...... (ยังมีต่อ) 


Home Remedies For Wrinkles